เอริกก็องโตนา วันนี้จะพามารู้จักกับ อีกหนึ่งตำนานของทัพผีแดง ที่สร้างชื่อเสียงและตำนาน มาอย่างยาวนาน กับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

เอริกก็องโตนา หรือ เอริก ดาเนียล ปีแยร์ ก็องโตนา เจ้าของฉายาเอริกเดอะคิง เกิดเมื่อวันที่ 24พฤษภาคม พ.ศ.2509 (ค.ศ.1966) ที่เมืองมาร์แซย์ ประเทศฝรั่งเศส เล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรสุดท้าย ก็องโตนาประสบความสำเร็จได้ แชมป์พรีเมียร์ลีก ถึง4สมัยภายในเวลา5ปี รวมไปถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และฟุตบอลถ้วยเอฟเอคัพ ภายในฤดูกาลเดียวกันอีกสองสมัย

ในปีพ.ศ.2543 ได้รับการโหวตจากแฟนฟุตบอล ให้เป็นนักฟุตบอลแห่งศตวรรษ ตำนานหมายเลข7ของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และถูกเชิดชูว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอล ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดซึ่งแฟนๆ ยังคงกล่าวถึงก็องโตนา โดยเรียกเขาว่า “เอริกเดอะคิง” จนถึงทุกวันนี้ ดูบอลออนไลน์

เอริกก็องโตนา

มาดูประวัติของ เอริกก็องโตนา ว่ามีความเป็นมาอย่างไร? ก่อนที่จะกลายมาเป็นตำนานและมีชื่อเสียง จนทำให้แฟนบอลชื่นชอบ

เอริกก็องโตนา ตำนานหมายเลข7ของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสร ออแล็งปิกเดอมาร์แซย์ เป็นคนที่ค่อนข้างหัวเสียง่าย มีอยู่ครั้งหนึ่งในขณะที่ลงแข่งขัน นัดกระชับมิตรกับทีม ตอร์เปโดมอสโก เขาถูกเปลี่ยนตัวออกแล้วได้ แสดงอาการไม่พอใจด้วยการฉีกเสื้อ แล้วขว้างทิ้งเขาถูกลงโทษห้ามลงแข่งเป็นเวลา 1เดือนอีก 2-3 สัปดาห์หลังจากนั้น เขาก็ได้ออกมากล่าวโจมตีผู้ฝึกสอน ทีมชาติฝรั่งเศสทางโทรทัศน์

ก็องโตนาย้ายสู่บอร์โดด้วยสัญญายืมตัว หลังจากนั้นก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับ มงเปอลีเย เจ้าของฉายาเอริกเดอะคิง ซึ่งเขาได้สัมผัสกับถ้วยแชมป์ กุปเดอฟร็องส์ เป็นครั้งแรกก่อนจะถูก มาร์แซย์ ดึงตัวกลับมาแต่เขาก็ยังถูกขายให้กับ สโมสรนีม เขาถูกห้ามลงแข่งขันอีกครั้งเป็นเวลา 1เดือน จากการขว้างบอลใส่ผู้ตัดสิน และก็องโตนาก็ให้สัมภาษณ์วิจารณ์ คำตัดสินอีกจึงถูกลงโทษเพิ่มเป็น 2เดือน และนี่เองเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย ของก็องโตนา เขาจึงตัดสินใจแขวนสตั๊ด

ต้องขอบคุณแฟนฟุตบอล พันธุ์แท้รายหนึ่งที่ชักจูงให้ ก็องโตนากลับมาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอีกครั้ง ที่ประเทศอังกฤษ หลังจากมาทดสอบฝีเท้ากับ สโมสรเชฟฟีลด์เวนส์เดย์ ก็องโตนาก็ได้ย้ายเข้าสู่สโมสรลีดส์ยูไนเต็ด ในปีพ.ศ.2535 เอริกก็องโตนา เจ้าของฉายาเอริกเดอะคิง พายูงทองเถลิงบัลลังก์แชมป์ดิวิชัน1 (เดิม) ได้ทันทีในฤดูกาลนั้นเอง (1991-92) แต่ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ก็องโตนาก็ย้ายสโมสรอีกครั้งหนึ่ง

โดยเข้าสังกัดแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวที่ปีศาจแดงจ่ายให้กับลีดส์ เพียงแค่ 1.2ล้านปอนด์เท่านั้น ขณะนั้นทีมปีศาจแดงกำลังประสบกับ ปัญหาปืนฝืดไม่สามารถทำประตูคู่แข่งได้ เนื่องมาจากการที่สโมสรขาย มาร์ก รอบินส์ และดีออน ดับลิน ซึ่งประสบปัญหาการบาดเจ็บออกไป อย่างไรก็ตามก็องโตนาปรับตัวเข้ากับสโมสรแห่งใหม่ ได้อย่างรวดเร็วทำให้เขาสามารถทำประตู

และส่งให้เพื่อนร่วมทีมทำประตู ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ตำนานหมายเลข7ของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2ฤดูกาลต่อมาแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง โดยคว้าแชมป์ลีกในปีพ.ศ.2536 และดับเบิลแชมป์ในปีพ.ศ.2537 ซึ่งก็องโตนาทำประตูจากลูกจุดโทษ สองประตูถล่มเชลซี 4-0 ในนัดชิงชนะเลิศของเอฟเอคัพ

เอริกก็องโตนา

ในเกมเยือน คริสตัลพาเลซ ของเอริกก็องโตนา ได้สร้างเรื่องน่าอาย

ก็องโตนาก่อเรื่องน่าอายขึ้น ในเกมเยือนคริสตัลพาเลซ เดือนมกราคม ฤดูกาลถัดมา (พ.ศ.2538) เจ้าของฉายาเอริกเดอะคิง เมื่อกระโดดถีบใส่แมตทิว ซิมมอนส์ แฟนบอลทีมเจ้าบ้าน หลังจากโดน ผู้ตัดสินไล่ออกจากสนาม ในงานแถลงข่าวภายหลังเหตุการณ์ ดังกล่าวกลุ่มนักข่าวพากันมารอ สัมภาษณ์ก็องโตนาเขาได้เดินเข้ามา นั่งก่อนจะกล่าวว่า เมื่อนกนางนวลบินตามเรือประมง ก็เพราะพวกมันคิดว่าปลาซาร์ดีน จะถูกโยนลงมาในทะเล

เพียงเท่านี้ก็ลุกออกจากห้องไป สร้างความงุนงงให้กับกองทัพ นักข่าวทั้งหลายก็องโตนาถูกศาลชั้นต้น สั่งลงโทษจำคุกเป็นเวลา2สัปดาห์ ก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะเปลี่ยนบทลงโทษ ให้เป็นทำงานบริการสังคมเป็นเวลา 120ชั่วโมงแทน นอกจากนี้สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ยังสั่งลงโทษก็องโตนาห้ามลงสนาม จนกว่าจะถึงเดือนตุลาคมอีกด้วย มีการคาดการณ์กันไปต่างๆนานา ว่าก็องโตนาอาจจะยุติการค้าแข้ง ที่อังกฤษหลังจากพ้นโทษแบน

แต่อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นผู้ที่ชักจูงให้ เอริกก็องโตนา อยู่กับทีมต่อไปซึ่งในช่วงต้นฤดูกาลนั้น สโมสรได้ขายผู้เล่นสำคัญบางคนออกไป และเลื่อนชั้นนักเตะจากทีมเยาวชน ขึ้นมาแทนทำให้ความหวังในการ คว้าแชมป์ไม่สู้จะดีนักเช่นเดียวกับ เจ้าของฉายาเอริกเดอะคิง ในปีพ.ศ.2535 ก็องโตนายิงประตูจากลูกจุดโทษ ในเกมพบกับลิเวอร์พูลได้ในนัดประเดิมสนาม หลังจากพ้นโทษ และประตูของเขาก็ช่วยให้สโมสร คว้าแชมป์ลีกได้

หลังจากต้องเป็นฝ่ายไล่ตามหลัง 10 คะแนน ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมา และเป็นทีมแรกที่สามารถคว้า ดับเบิลแชมป์ได้สองสมัยติดต่อกัน หลังจากก็องโตนาทำประตูชัยได้ใน นัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ได้อีกครั้งในฤดูกาล1996-97 ทำให้ก็องโตนาได้แชมป์ลีก ไปแล้วถึง 6ครั้งในรอบ 7 ปี ยกเว้นเพียงปีที่เขาโดนแบนเท่านั้น หลังฤดูกาลจบลง

ก็องโตนาก็สร้างความประหลาดใจ ให้กับแฟนบอลด้วยการประกาศเลิกเล่น ในขณะที่อายุเพิ่งจะ 30 ปีเท่านั้น ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานได้เปลี่ยนไป เล่นฟุตบอลชายหาด ให้กับทีมชาติฝรั่งเศส ตำนานหมายเลข7ของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยเป็นกัปตันทีมด้วย ยอดนักฟุตบอลฉายาปีกพ่อมด

การเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศส

เอริกก็องโตนา ตำนานหมายเลข7ของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นที่ชื่นชอบของมีแชล ปลาตีนี ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมชาติในขณะนั้น ซึ่งปลาตีนีพูดถึงก็องโตนาว่า เขาจะต้องเลือกก็องโตนา เป็นหนึ่งในขุนพลเลอเบลอ อย่างแน่นอน ถ้ายังเล่นได้อย่างสุดยอด ปลาตีนี เป็นอีกคนหนึ่งที่ริเริ่มความคิด การเล่นฟุตบอลในอังกฤษ ให้กับก็องโตนา ภายหลังล้มเหลวจากศึกฟุตบอล ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป1992 ที่ประเทศสวีเดน

ปลาตีนี ก็ได้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งขณะนั้นฝรั่งเศสมีคู่ศูนย์หน้า คือ เอริกก็องโตนา และฌ็อง-ปีแยร์ ปาแป็ง ผู้ที่เข้ามารับงานต่อจากปลาตีนี ก็คือ เฌราร์ อูลีเย ฝรั่งเศสไม่สามารถ ผ่านรอบคัดเลือกไปเล่นฟุตบอลโลก ที่สหรัฐอเมริกาได้ในอีกสองปีต่อมา หลังจากที่แพ้บัลแกเรียคาบ้าน 2 ต่อ 1 ซึ่งฝรั่งเศสต้องการเพียงแค่ผลเสมอ ในเกมนั้น ดาวีด ฌีโนลา ทำบอลเสียนำไปสู่ การได้ประตูชัยของบัลแกเรีย

โดยเอมิล กอสตาดีนอฟ ทำให้ก็องโตนาโกรธฌีโนลามาก ตำนานหมายเลข7ของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หลังเกมนั้นอูลีเยลาออกจากตำแหน่ง ทำให้เอเม ฌาแก เข้ามาสานงานต่อ สองปีต่อมาฝรั่งเศสผ่านเข้าไปเล่นใน ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป1996 ที่อังกฤษได้สำเร็จ ซึ่งฌาแกได้ปรับปรุงทีมโดยใช้ ผู้เล่นสายเลือดใหม่สองสามคน หนึ่งในนั้นก็คือกองกลางจอมทัพ ซึ่งมีลีลาการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ และมีความเป็นผู้นำสูงอย่าง ซีเนดีน ซีดาน

โดยก็องโตนาถูกหมางเมิน หลายฝ่ายต่างคาดการณ์กันว่า ก็องโตนาคงจะหลุดจากทีมชาติ เจ้าของฉายาเอริกเดอะคิง ชุดลุยบอลโลกที่ประเทศตัวเอง อย่างแน่นอนและมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า ก็องโตนาประกาศเลิกเล่นเมื่อปีพ.ศ.2540 ก็เพราะว่าต้องการหลีกเลี่ยงแรงกดดัน ที่ฌักเก้ต์และทีมชาติฝรั่งเศสต้องเผชิญ จากการที่ไม่เลือกเขาร่วมทีม ฝรั่งเศสสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ที่ประเทศตัวเองได้สำเร็จ โดยซีดานทำสองประตูในนัด ชิงชนะเลิศกับบราซิล

เอริกก็องโตนากลับชีวิตหลังเลิกค้าแข้ง

หลังจากแขวนสตั๊ดแล้ว เจ้าของฉายาเอริกเดอะคิง ก็องโตนาก็หันไปเป็นนักแสดง ในประเทศฝรั่งเศส นอกจากเป็นนักแสดงแล้ว เขายังเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ขนาดสั้นด้วยก็องโตนาเริ่มเป็นที่รู้จัก ในฐานะนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง เอลิซาเบท ที่เขาเล่นเป็นทูตชาวฝรั่งเศส นอกจากนี้เขาก็ยังรับงาน นายแบบโฆษณาให้กับบริษัทไนกี้ด้วย ในช่วงก่อนการแข่งขัน ฟุตบอลโลกปี2002 (พ.ศ. 2545)

ก็องโตนาก็เล่นภาพยนตร์โฆษณา ให้กับไนกี้ร่วมกับตีแยรี อ็องรี, โรเบร์ตู การ์ลูส, โรนัลโด และลูอิช ฟีกู โดยก่อนหน้านี้ เขาก็เคยเล่นภาพยนตร์โฆษณา ให้กับไนกี้ในประเทศอังกฤษ ตำนานหมายเลข7ของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในการปรากฏตัวร่วมกับเอียน ไรต์, สตีฟ มักแมนามัน และร็อบบี ฟาวเลอร์ด้วย